posted on 12 Jun 2008 18:16 by inmyway
ผมเดินทางกลับมายังเมืองไทยได้เกือบ 3 เดือนแล้ว (เหตุผลที่กลับมาเพราะโปรเจคงานที่โน่นมันจบแล้ว)

3 เดือนผมแทบจะไม่มีโอกาศได้อยู่บ้านเลยเพราะต้องการที่จะออกตลอนให้ทั่ว(นี่เป็นเหตุผลหลอก ๆ )

จะได้ไม่ต้องไปเจอกับสถานท่เดิม ๆ ที่เคยเดินออกไปเมื่อ 1 ปี ที่แล้ว(อันนี้สิเหตุผลจริง ๆ )

กลับมาครั้งนี้ยังพักไม่ทันได้หายเหนื่อย ทริปแรกของผมคือ ภาคเหนือครับ เพราะเกิดมายังไม่เคยไปเลย ใหน ๆ ก้อจะไปแล้วขอให้มันเหนือสุดในประเทศไปเลยแล้วกัน เชียงรายเป็นเป้าหมายของผมในครั้งนี้ครับ แต่มันจะไปยังไงล่ะก้อไม่เคยไปนี่หว่า

โทรหาเพื่อนที่บ้านมันอยู่ภาคเหนือสิครับผมคิดแล้วมือมันก้อไวเหมือนความคิด ตรู๊ด ๆ ๆ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ ฮ่วย

ไรวะเนี่ย ผมลองโทรไปหาอีกคน ตรู๊ด ๆ ๆ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ มันไปตายที่ใหนกันหมดวะ ผมชักเริ่มหมดหวังที่จะโทรหามัน 2 คนแระ แล้วความคิดอันไม่รู้ว่าเอาอะไรมาคิด "เออ ในเมือเด็กเหนือมันช่วยกูไม่ได้กูโทรไปหาเด็กใต้ก็ได้วะ" และผลที่ผมได้รับคือ "มันมีสองทางให้มึงไป ไปรถ บขส ที่หมอชิต กะไปรถไฟ มึงจะไปทางใหน " อ้าวมึงรู้ได้ไงวะเนี่ยบ้านมึงอยู่ปัตตานีไม่ใช่เหรอ คำตอบที่ได้คือ "เออบ้านกูอยู่ปัตตานีแต่ตอนนี้กูมาอยู่ลำปางชั่วคราวว่ะ" 5555 แล้วความคิดอันชั่วร้ายก้อออกมา หวานหมูกูสิมึงอยู่ลำปาง รุ่งเช้าผมก็ตีตั๋วเดินทางโดยรถไฟไปลำปางทันทีโดยที่ไม่บอกมันล่วงหน้า 555 เดวมึงเจอกูแล้วมึงจะตกใจ

นั่งรถไฟคินเดียวนี่มันเหนื่อยชิบเป๋งเลยจาก บางซื่อ ไปนครลำปาง นาน โค-ตร รู้งี๊นั่งรถทัวมาก้อดีอะ ออกจากสถานีรถไฟบางซื่อมา 1 ทุ่มกว่า ๆ นั่งไปสบาย ๆ เดี๋ยวก้อถึงดึก ๆ ผมเลยโทรไปบอกเพื่อน "เฮ้ย กูอยู่บนรถไฟแล้วนะเว้ย พรุ่งนี้มารับกูด้วยที่สถานีรถไฟลำปาง"

555 อึ้งสิคับเพื่อนผม กว่าจะไปถึงลำปางได้เฮ้อ เล่นซะ 10 โมงเลย

เมื่อลงรถไฟก้อสอดส่ายสายตาหาเหยื่ออันโอชะที่จะมาให้เราแทะ อ้อ มนอยู่นั่นเองเมื่อผมเดินไปหามันปากผมยังไม่ทันจะอ้าเลยมันสวนกลับมาก่อนเลย เดี๋ยวกูจะไปพเยาว์ ไปกะกูมั้ย 55เข้าทางดิคร๊าบบพี่น้อง ก่อนไปนี่เลยครับต้องหารัยลองท้องก่อน ข้าวซอยเป็นอย่างแรกครับที่อยากกินเพราะไม่เคยกินเลยไม่รู้ว่ามันเป็นไง พอสั่งมากินไหงมันเหมือนกะบะหมี่อย่างงี๊วะ

เมื่อกินเส็จผมก้อออกเดินทางไปกะมันค่ารถก้อไม่ต้องเสียนั่งก้อสบาย 555 หารู้ไม่ความซวยกำลังจะมาเยือนแล้วคร๊าบพี่น้อง
posted on 05 Jun 2008 20:13 by inmyway
ชีวิตที่เป็นอยู่ในขณะนั้นแทบจะแสวงหาสิ่งที่เรียกว่าความสุขไม่ได้เลยในชีวิต ไคยมีความกล้าที่จะทำอะไรเลย แม้แต่การเผชิญหน้ากับคนที่เรารักเพราะกลัวในสิ่งที่จะตามมาในภายหลัง 6 เดือนกับการทำใจให้ยอมรับกับการผิดหวังกับสิ่งที่ตั้งความหวังไว้มากมาย ระยะเวลาตลอด 9 ปี ที่เฝ้าทะนุทะนอมความรักที่เกิดขึ้นมา ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของผมในตอนนั้นดีขึ้นเลย แต่ช่วงเวลาที่เคยมีความสุขตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่รู้จักกันมา มันกลับทำให้รู้สึกทรมานมากขึ้นเป็นเท่าตัว ผมตัดสินใจ เดินออกจากชีวิตเดิม ๆ ใน กทม เพียงเพื่อจะไม่ต้องคอยพานพบกับเธอ ผู้นั้น มันเหมือนกับการหนีปัญหา แมนเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คิดออกในขณะนั้นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แล้วการเดินทางอันยาวนานของชีวิตผมก็เริ่มขึ้น
edit @ 5 Jun 2008 20:25:07 by เงาตะวัน
posted on 02 Jun 2008 13:30 by inmyway
หลายต่อหลายวันติดต่อกันรวมกันเป็นเดือนรวม ๆ กันเป็นหลาย ๆ เดือน ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรดีจึ้นมาเลยนับจากวันที่ตัดสินใจที่จะไม่ใช้ชีวิตแบบที่เคยใช้มาตลอด หลายเดือนที่ผ่านมาใช้เวลาเกือบทั้งหมดให้กับตัวเองนั่งทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง สิ่งเดียวที่นึกออกสิ่งเดียวที่อยู่ในสมองมันคือ ความเจ็บปวด ความทรมาน เพียงเท่านั้น หลายเดือนที่ผ่านมาคิดหาแต่วิธีการที่จะลบเลือนรอยเจ็บปวด ซากแห่งความทรมานนั้นเสียให้หมดสิ้น แต่วันแล้ววันเล่ามันก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงไปเลย จวบจนวันหนึ่งก็มีความคิดขึ้นได้ว่าเราต้องจบความเจ็บปวดจบความทรมานนี้ให้ได้นั่นคือจะต้องทำให้สิ่งที่เป็นต้นเหตุแห่งความเจ็บปวดนี้มลายหายไปซะจากโลกนี้ แต่แล้วความคิดนี้ก็มลายหายไปหมดเหตุผลมีเพียงอย่างเดียวเพราะผมกลัวที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้ผมพบกับความเจ็บปวด
posted on 07 May 2008 23:34 by inmyway
ทุกคืนวันนับจากวันนั้นเวลาได้ผ่านเลยมานานมากแล้ว 4 เดือนเต็มจากวันที่เธอได้เดินออกไปจากชีวิตของผม ประโยคคำพูดนั้นที่เธอพูดกับผมยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทไม่เคยจางหายไปเลย 4 เดือนที่ชีวิตไม่เคยจะจางหายจากความเจ็บปวดและความทรมาน เหมือนชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วทุกวันทุกคืนตลอดสี่เดือนที่ผ่านมาไม่เคยมีเวลาใหนเลยที่จะเรียกได้ว่าความสุข มืดแล้วดึกแล้วก็ไม่อยากที่จะนอนหลับเพราะกลัวการตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่ไม่มีเธออยู่ข้างกายเมื่อถึงเวลาเช้าไม่อยากจะตื่นขึ้นมาพบกับความรู้สึกเดิม ๆ ความเจ็บปวดมันเหมือนเข็มแท่งเล็ก ๆ นับหนึ่งวันมันเหมือนกับเข็มหนึ่งเล่มที่เข้ามาทิ่มแทงสิ่งที่เรียกว่าหัวใจความเจ็บปวดเหมือนดั่งเข็มที่ทิ่มแทงมานั้นไม่เคยที่จะลดความพยายามที่จะเข้ามาทิ่มแทงหัวใจของผมเลยซักนิดเดียวผมเพียงต้องการให้ความเจ็บปวดนั้นทิ่มแทงเข้ามาครั้งเดียว ผมไม่ต้องการให้ความเจ็บปวดนั้นค่อย ๆ เข้ามาทีละนิด ๆ ผมต้องการให้ความเจ็บปวดนั้นรวมกันเข้ามาในครั้งเดียวเลยจะได้ไม่ต้องนั่งนับความเจ็บปวดนี้อีกเลย
posted on 06 May 2008 23:28 by inmyway
หลังจากที่ไม่สามารถที่จะหนีไปจากความเจ็บปวดครั้งนี้ได้เพราะชีวิตประจำวันในทุกวันยังคงจำเป็นที่จะต้องผ่าน พบเจอกับสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน แม้จะพยายามที่จะไม่ผ่านไม่ไปในสถานที่นั้น ๆ ในเวลานั้นผมจึงตัดสินใจกักขังตัวของผมเองจากโลกภายนอกไม่รับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ตัว ชีวิตประจำวันของผมในตอนนั้นมีเพียงแค่ ตื่นเช้าไปทำงาน เลิกงาน 5 โมงเย็นขับรถไปเรียนเลิกเรียน 3 ทุ่ม กลับเข้าห้อง ไม่มีการคุยกับคนอื่นถ้าไม่จำเป็นไม่มีการสังสรรค์กับมิตรสหาย ก่อนเข้าห้องหิ้วน้ำ 1 ขวด เบียร์ 3 ขวด เสาร์อาทิตย์ ไม่เคยออกจากห้อง หิวข้าวก็โทรสั่งให้ร้านมาส่งให้ ทีวีไม่เคยเปิดดู วิทยุไม่เปิดฟัง ไม่เคยฟังเพลง ทำเพียงอย่างเดียวคือท่องไปในโลก Internet เพราะในนั้นไม่มีใครรู้จักเรา เหมือนชีวิตนี้ไม่ต้องการที่จะพบใครอีกแล้วและอยากกักขังตัวเองอยู่อย่างนั้นตลอดกาล
edit @ 6 May 2008 23:44:00 by เงาตะวัน
posted on 05 May 2008 13:01 by inmyway
หลังจากได้เก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของเราออกไปจากชีวิตของผมทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนต้องตั้งตนเริ่มจากศูนย์ ผมเดินออกจากบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่เคยพักอาศัยเคยทำหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างด้วยกันกับเธอผู้เป็นที่รักโดยไม่หันหลังกลับไปมองมันอีก หนึ่งเดือนเต็มกับการที่ได้รับรู้ความจริงหนึ่งเดือนเต็มกับการเดินออกจากชีวิตประจำวันที่เคยทำ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างของความเจ็บปวดและความทรมานยังไม่เคยจางหายไปเลย ทุกครั้ที่ขับรถไปทำงาน ทุกครั้งที่กินข้าว ทุกครั้งไม่ว่าจะทำอะไรภาพสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคยได้อยู่ด้วยกันมันลอยออกมา ท่าน้ำที่เราเลยนั่งเล่นในเวลาดึก ๆ เซเว่นที่เข้าไปหาอะไรกินกันตอนหิว สะพานพระราม 8 ที่เคยขับมอร์ไซขึ้นไป ใต้สะพานพระราม 6 ที่เคยนั่งด้วยกัน และทุก ๆ สถานที่ ๆ เราเคยไปด้วยกัน ชีวิตประจำวันของผมยังคงวนเวียนกับสถานที่เหล่านั้น สิ่งที่ผมคิดตอนนี้ ต้องหนีไปจากที่นี่ หนีไปจาสถานที่ ๆ ทำให้นึกถึงเธอให้ได้
edit @ 5 May 2008 13:13:28 by ตะวัน
posted on 25 Apr 2008 00:16 by inmyway
หลังจากได้รับรู้ความเป็นจริงต่าง ๆ ว่าสิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราฝันมันเป็นเพียงสิ่งที่ไม่อาจจะเป็นไปได้เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องทำกันสองคนแต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นเหลือเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นท่จะตามหาความฝันนั้นได้ ความเจ็บปวดและความทรมานในสิ่งที่เรียกว่าความรักมันเป็นอะไรที่หนักหนาสาหัสมากเพราะไม่เคยที่จเผื่อใจเอาไว้เพราะไม่เคยคิดว่าคนที่เรารักจะทรยศหักหลังเราได้ ความเจ็บปวดนี้มันอธิบายไม่ถูกว่ามันเจ็บหรือมันทรมาน หรือมันปวดร้าว มันเป็นอย่างไรกันแน่ สิ่งแรกที่ต้องการคือการหนีออกจากความจริงนี้ให้ได้ ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเราทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ความคิดแวบแรกนั้นทำให้ตัวผมเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้นึกถึงเธออันเป็นที่รักคนนั้นได้ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้จะช่วยให้ลืมเธอได้หรือไม่
edit @ 5 May 2008 12:57:04 by ตะวัน
posted on 16 Apr 2008 17:28 by inmyway
วันที่ 6 มิถุนายน 2549
วันที่ผมรู้ความจริงว่าไม่ได้เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจของเธอผู้อันเป็นที่รัก ตลอดเวลาที่เธอผู้นี้มีผมช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันกับผมเธอจะอยู่กับผู้ชายคนนั้นใช้เวลาที่เราไม่ได้อยู่ร่วมกันแต่เธอจะไปใช้เวลานั้นกับเขา ช่วงเวลาที่ต้องรับรู้ความจริงนั้นความจริงที่ไม่อาจจะยอมรับความเสียใจความเจ็บปวด พยายามที่จะปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นว่าสิ่งที่ได้รับรู้มานั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่จริงมันเป็นแค่ความฝัน ผมไม่รู้จะทำตัวหรือจะรู้สึกอย่างไรดีอ ได้แต่เพียงพยายามทำตัวให้เหมือนเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้สามเหตุมีเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ ผมรักเธอ เท่านั้นเอง
posted on 13 Apr 2008 16:41 by inmyway
6 เดือนที่ไม่ได้กลับมาเหยียบประเทศไทยเลยหลังจากวันนั้นที่เพียงแค่ต้องการที่จะเดินจากทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ข้างหลังเพื่อจะหาทางหลุดพ้นจากความเจ็บปวดที่ได้รับจากคนที่เรียกว่า คนรัก หลังจากวันนั้นพยายามทุกวิถีทางที่จะลืมในสิ่งต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมด 6 เดือนในประเทศไทยไม่เคยทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเธอคนนั้นลดน้อยลงเลยซักนิดเดียวเพราะทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวันยังคงวนเวียนกับสิ่งที่เคยทำในครั้งก่อนของเรา 6 เดือนในถิ่นที่ห่างใกลอาจทำให้เราได้ลืมเธอลงบ้าง ชีวิต 6 เดือนในถิ่นที่อยู่ที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่เคยอยู่ ความเป็นอยู่ที่แตกต่าง ในช่วงเวลากลางวันอาจทำให้ลืมเลือนความเจ็บปวดนั้นบ้าง แต่ยามค่ำคืนไม่มีคืนใหนเลยที่จะข่มตาลงนอนได้เหตุผลเพราะกลัวที่จะตื่นขึ้นมาในเวลาดึกดื่นและพบว่าเรานอนเดียวดายเพียงคนเดียวในห้องอันมืดมิด ไม่มีเธออยู่เคียงข้างอย่างที่เคยเป็น วันนี้ ของเมื่อ 1 ปี ที่แล้วที่ต้องลาจากกัน 31,536,000 วินาที ที่ผ่านมา ไม่เคยเลยที่ภาพของเธอจะลบเลือนออกไปจากใจของผมเลย วันนี้ผมได้เดินทางกลับมายังที่ ๆ เราเคยพบเจอกัน เคยเที่ยวด้วยกัน เคยกินข้าวด้วยกัน และหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่เคยทำด้วยกัน แต่ผมไม่มีความกล้ามากพอที่จะกลับไปหาเธอ ไม่กล้าพอที่จะพบเหน้าเธอ เหตุผลเพราะกลัว กลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นมา ถ้าได้พบเจอเธอ